เอนทรี่นี้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่กับสมาชิกโรงเรียนลูกบาศก์ ดังนั้นเนื้อหาในเอนทรี่นี้จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับโลกจำลองของโรงเรียนลูกบาศก์

 

เอนทรี่นี้มีเนื้อหาที่ค่อนข้างยาวและจริงจังอยู่พอสมควรถ้าหากท่านไม่อยู่ในสภาวะที่พร้อมจะรับได้กรุณาเก็บไว้อ่านวันหลัง (พูดง่าย ๆ คือเอนทรี่นี้ค่อนข้างจะดราม่านั่นเอง)

 

            เอนทรี่นี้ไม่ได้เป็นการประจาน ต่อว่า ด่าทอ หรือสร้างความขัดแย้งใด ด้วยเหตุนี้เอง เนื้อหาในเอนทรี่นี้จะ “ไม่มี” การกล่าวถึงบุคคลหรือกล่าวถึงลักษณะใดก็ตามที่จะเป็นการกล่าวถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง ทุกข้อความที่ผมได้เลือกมาใช้นั้นได้ผ่านการกรองคัดเลือกมาอย่างระมัดระวัง และตั้งใจให้ทุกคนเข้าใจง่ายที่สุดด้วยภาษาไทย ผมตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาอังกฤษนอกจากว่าคำนั้นผมจะหาคำอื่นที่ดีกว่าการใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะสิ่งที่ผมต้องการคือให้ทุกประโยคหมายความตามนั้นทุกตัวอักษร  โดยไม่ให้ตีความเป็นอย่างอื่นได้ และสุดท้ายอารมณ์ของเอนทรี่นี้ “ไม่ใช่” อารมณ์เคร่งเครียด แต่เป็นอารมณ์จริงใจ จริงจังและตั้งใจที่จะให้เราเข้าใจกัน แม้จะเป็นการปรับความเข้าใจกันมากขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ผมหวังไว้

การที่ผมออกมาเขียนเอนทรี่นี้ผมออกมาเขียนในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง และผมไม่เคยคิดว่าผมอยู่สูงกว่าใคร เพราะสมาชิกทุกคนเท่าเทียมกัน คืออยู่ใต้ความเกรงใจ หรือความเคารพ ตามแต่ที่ใครเลือกจะมีให้กับวิธีการอยู่ร่วมกันในสังคมใดสังคมหนึ่ง แต่หากมีใครคนใด (ประโยคนี้หมายถึงใครก็ได้ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งอย่างเจาะจง) ไม่มีความเกรงใจหรือความเคารพในวิธีการอยู่ร่วมกันแล้ว ก็ต้องมีใครอีกคนหนึ่งออกมาเตือนใครคนนั้นก็ตามที่อาจจะลุ่มหลงไปกับความสนิทสนม จน "หลงลืม" ความเกรงใจและความเคารพที่จะอยู่ร่วมกันไว้ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งใครคนนั้นที่ออกมาเตือน ในที่นี้คือตัวผมเอง แต่ไม่ใช่ว่าจะมีใครสั่งให้ผมทำหรือกล่อมให้ผมออกมาเขียนเตือน ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นจากความหวังดีและความเห็นแก่ตัวของผมที่จะรักษาสังคมที่ผมอยู่ไว้ให้เหมือนเดิมที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้

 

            มีอะไรบางอย่างที่ผมสังเกตเห็นมานานแล้วว่า "โรงเรียนของเรากำลังมีปัญหา" ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าถ้าหากผมนับย่อยเป็นข้อ ๆ แล้วคนอื่นจะนับเหมือนกับผมรึเปล่า ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะใช้วิธีการพิมพ์ไปเรื่อย ๆ ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

 

            "พวกเราอยากเล่นสนุกกัน อยากมีกิจกรรมทำร่วมกัน อยากผ่อนคลายตัวเองจากปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง" ผมค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าพวกเราหลายคนคิดแบบนี้อยู่ แต่ในขณะที่พวกเรากำลังคิดอย่างนั้นพวกเราก็ลืมการประมาณตัวเองไปว่าเรามีศักยภาพแค่ไหน ผมเข้าใจกับความตั้งใจที่ทุกคนมีในการทำกิจกรรม แต่การที่เราลืมประมาณศักยภาพของตัวเองจนแล้วเราได้พูดว่าเราจะทำกิจกรรมใดไป และยิ่งถ้ากิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมใหญ่ที่เราต้องร่วมกับคนอื่นแล้วด้วย นั่นมันไม่ดีเลย ผมกำลังพูดถึง "กิจกรรมทัศนศึกษาที่บลอดเวน" ที่แสดงให้เห็นชัดที่สุดว่าพวกเรากำลังล้มเหลวในการประมาณตัวเอง (แน่นอน ผมไม่ลืมหรอกว่าผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ล้มเหลวนั่นด้วย) พวกเราลงชื่อกันว่าจะเล่นจะร่วมกิจกรรม จะเขียนเอนทรี่กัน ในช่วงแรกเราคึกคักกันมาก แต่สุดท้ายแล้วผลที่ออกมาก็มีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นส่วนที่เหลือ ไปไหน? ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันหายไปกับหลังไมค์ของพวกเรากันเองนี่แหละ (อีกครั้งที่ผมจะย้ำว่าผมไม่ลืมว่าผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำอย่างนั้นจริง ๆ)

 

            อันที่จริงส่วนใหญ่แล้วปัญหานี้ไม่ได้เกิดเพราะพวกเราอยากจะให้เกิดสักเท่าไหร่ ผมว่ามันเกิดจากช่วงเวลาของแต่ละคนของทั้งสองฝั่งที่จะว่างมาติดต่อและเขียนเอนทรี่ไม่ตรงกันมากกว่า ดังนั้นด้วยความกระตือรือร้นของพวกเราที่อยากเล่นกันมากจึงหันไปหาหลังไมค์กันจนเนื้อหาที่จะเขียนเอนทรี่รวมไปถึงพลังที่จะเขียนเอนทรี่นั้นหายไปกับหลังไมค์ (ในส่วนนี้หากสมาชิกบลอดเวนมาอ่านเจอผมกล่าวถึงแต่ฝั่งโรงเรียนลูกบาศก์นะครับ ผมไม่ได้กล่าวถึงฝั่งบลอดเวนแต่อย่างใดเพราะผมไม่ได้อยู่ในฝั่งบลอดเวน อย่าเข้าใจผิดกันเน้อ) แล้วไอ้ความกระตือรือร้นมากจนเกินไป และบางกรณีอาจจะรวมไปถึงความต้องการที่จะหาที่ปลดปล่อยจากความเครียดในชีวิตจริงที่มีมาก อีกเช่นกันที่ส่งปัญหาต่อมาในเรื่องที่พอมีกิจกรรมอะไรมาเปิดช่องให้เราเล่นแล้วเราก็เล่นกันจน "บางครั้ง" พวกเราก็ลืมไปว่ามันมีขอบเขตอยู่แค่ไหน หรือแม้กระทั่งเราลืมว่ากิจกรรมนี้จุดประสงค์ที่แท้จริงที่มันถูกตั้งขึ้นมาคืออะไร  "คิวบิกแฟนตาซี" ซึ่งจุดประสงค์หลักโดยแท้จริงของกิจกรรมนี้คืออยากให้ "ทุกคน" ได้เล่นร่วมกันจึงมีการขอความร่วมมือกันมาตั้งแต่แรกเลยว่า "อย่า" เพิ่งทรงเนื้อเรื่องตัวละครหรือสร้างเนื้อเรื่องดราม่าของตัวละครแต่ละตัว[ลิ้งก์] แต่ก็เห็นมีแค่ไม่กี่คนที่สนใจแต่เรื่องการออกแบบคาแรคเตอร์กับผูกเนื้อเรื่องส่วนรวม ไม่ได้ผูกเรื่องดราม่าส่วนตัวตั้งแต่เริ่มแรก (สำหรับผมการสร้างแบคกราวน์ตัวละครกับการผูกดราม่ากับตัวละครอื่นนี่มันต่างกันนะผมว่า) สำหรับผมการที่ถ้าผมจะไม่สนใจระเบียบปฏิบัติอะไรสักอย่างนี่คือผมไม่ได้ให้ความเคารพกับมันหรือเคารพในผู้ที่ออกระเบียบนั้นนะ นอกเหนือจากนั้นแล้วพวกเราก็ไปลงรอยเดิมที่สร้างเรื่องสร้างเนื้อหากันแต่หลังไมค์ ไม่มีใครสนใจที่จะสร้างเนื้อเรื่องรวมของโลกร่วมกัน กลับไปเป็นกลุ่มย่อยเหมือนเดิม จุดประสงค์หลักที่แท้จริงของกิจกรรมถูกมองข้ามและเลือนหายไปอย่างสิ้นเชิง สังเกตไหมว่าตอนแรกมีคนอยากเล่นเยอะแต่พอเวลาผ่านไปคนที่อยากจะเล่นก็ไม่รู้ที่จะเข้าไปร่วมวงเนื้อหากับกลุ่มไหนก็พากันถอยไป และกิจกรรม "คิวบิกแฟนตาซี" ก็เลือนหายไปไม่ต่างจาก กิจกรรม "ทัศนศึกษาที่บลอดเวน"

 

            แล้วยังมีกิจกรรมอื่นอีกมากซึ่งผมเลือกที่จะไม่พูดถึงมันเนื่องจากแค่ 2 กิจกรรมตัวอย่างที่ยกมาผมว่ามันก็ชัดเจนพออยู่แล้วที่จะสื่อให้เห็นถึงความล้มเหลวในหลายด้านของพวกเรา พวกเรามาหยุดแล้วคิดกันสักนิดได้ไหมครับว่า ความล้มเหลวที่เราได้กันมานั้นมันจะก่อให้เกิดอะไรบางอย่างที่เราจะไม่ทำให้มันล้มเหลวซ้ำรอยเดิมอีกได้ไหม?

 

            ถ้าเกิดใครอ่านเอนทรี่นี้แล้ว มีความคิดที่ว่าไม่อยากจะโพสต์อะไรแล้ว ไม่อยากจะเสนอความคิดเห็นอะไรแล้ว เพราะกลัวจะมาขัดกับผมหรือขัดกับใครคนอื่น "หยุด" แล้วคิดใหม่เดี๋ยวนี้เลย เพราะว่าโดยส่วนตัวนะผมว่าสังคมของคิวบิกเราทุกคนมีเหตุผล และมีความคิดมากพอที่จะเข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย เพราะฉะนั้นคิดอะไรพูดออกมา ขอแค่ว่ามีเหตุผล เราทุกคนพร้อมจะรับรู้รับฟังครับ ถ้าคุณไม่พูดแล้วใครจะรู้?

 

            ผมอยากให้พวกเราเปลี่ยนทัศนคติว่าการที่เรามีปัญหากันกับใครสักคนหนึ่งแล้ว เราจะเก็บมันเอาไว้กับตัวเพราะเราไม่อยากจะให้ปัญหาของเราไปกระทบกับคนอื่นที่เขาอยู่ในสังคมเดียวกันกับเราด้วย เรามัวแต่คิดอยู่อย่างนั้นย้ำอยู่อย่างนั้น จนบางทีเราลืมไปว่า ทันทีที่เรามีปัญหากับใครแล้ว นั่นแหละแม่งกระทบกันไปตั้งแต่จุดนั้นแล้ว คือบางเรื่องที่มันเล็ก ๆ ถ้ามันมีแค่นั้นมันก็ดูไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นรอยร้าวเล็ก ๆ มาจากหลายตำแหน่งของกระจกพร้อมกัน กระจกมันก็แตกได้ พอกระจกแตกแล้วเราจะเอาอะไรมาประสานเราก็ยังจะเห็นรอยแตกอยู่ ซึ่งถึงแม้ตอนนี้ว่ากระจกมันจะแตกร้าวมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่อย่างที่ได้บอกว่าผมเห็นแก่ตัวที่พยายามจะรักษาที่แห่งนี้ให้มันเหมือนเดิมที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้ ผมยังยืนยันคำนั้นอยู่และกับเรื่องบางเรื่องถ้าเราไม่ได้เห็นไม่ได้รับรู้ด้วยตัวเอง เปิดใจแล้วลองมอง เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง ผมว่าโลกที่เราอยู่ปกติข้างนอกอะ แม่งก็ใส่หน้ากากกันเยอะแยะแล้ว เราอย่าเอาหน้ากากมาใส่ในโลกที่เราคุยกับผ่านตัวหนังสือได้ไหม? มันดูไม่ใช่ที่ป่ะ?

 

            ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ ขออภัยถ้าหากทำให้ใครไม่พอใจ ขอโทษสำหรับบางคำที่อาจจะหยาบไป

 

            เซนนี่รักทุกคน จุ๊บ ๆ

Comment

Comment:

Tweet

#3

ถ้าตรงไหนอ่านแล้วไม่เข้าใจคือพี่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหานั้นครับ ผมจะไม่ระบุตัวบุคคลเพราะผมก็ไม่รู้ชัดเจนว่ามีใครบ้างหรือยังไงบ้าง ผมแค่พูดในมุมที่ผมมองเห้นปัญหาอะครับ และผมก็ได้บอกไปแล้วด้วยว่าผมจะไม่ระบุตัวบุคคล

(คห 4 ของผมเอง ลบเพราะพิมพ์ไม่ครบแล้วกดส่งฮ่ะ = =)

#5 By Sain on 2012-03-12 21:02

"พวกเราอยากเล่นสนุกกัน อยากมีกิจกรรมทำร่วมกัน อยากผ่อนคลายตัวเองจากปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง"

พวกเราในที่นี้ หมายถึงใครครับ หรือหมายถึงใครบ้าง

#3 By KYRIL on 2012-03-12 20:34

ได้อ่านแล้วนะคะ
อืม อ่านแล้วมัน อุก... จุก น่ะค่ะ

เอนทรี่นี้ไม่ได้หาคนผิด แต่ข้าพเจ้ารู้สึกผิดด้วยสามัญสำนึกด้วยตัวเอง เพราะตัวเองก็ใช่


ทำอย่างไรถึงจะแก้ 'พอหายอยากแล้วจากไป' 'พอหายเห่อของใหม่แล้วก็ไม่เล่น'
จะด้วยเพราะ เบื่อ ไม่ว่าง ตัน ผูกพลอตจนแก้ไม่ตก หรือไปมุงกันหลังไมค์ก็ตาม

สุดท้ายบทสรุปก็จะมาลงที่ ถ้าไม่ลงมือ...จะพิมพ์หรือวาดก็ตามจะเกิดเนื้อเรื่องไหมเล่า
ก็คงต้องลงมือกันมากกว่า
อ่านจนจบแล้วครับ
ผมคิดว่าเป็นคนหนึ่งที่เป็นเช่นนั้นครับ

จะพยายามเปลี่ยนแนวให้เหมาะกับสังคมที่พวกเราพยายามสร้างไว้ครับ
ยังอยากอยู่ด้วยกันนะครับ
confused smile confused smile

#1 By แมวหน้าแว่น on 2012-03-09 21:44