[Cubic School] ใบสมัครครูวิชาเทคโนโลยีฯ โรงเรียนลูกบาศก์
posted on 18 Jul 2008 23:40 by sain in Cubic-School:: This entry is part of Cubic School ::
:: เอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของ โรงเรียนลูกบาศก์ ::
PART (A) รายละเอียดตัวละคร
*แก้ไขเพิ่มแล้ว
หืม? ผมเป็นใครหรอครับ? ช่างมันเถอะ... เอาเป็นว่าผมจะมาแจกแจงรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของ นายเอซ แบบที่ว่าข้อมูลบางอย่างเจ้าตัวเองยังไม่รู้เลยละ ...
1. ชื่อตัวละคร
ชื่อ: ก้าวกาญจ์ เล็งไกรศร
ชื่อเล่น: เอซ (Ace)
2. อายุ (นับในวันที่ 1 พฤษภาคม) / เพศ
อายุ: 25 ปี
เพศ: ชาย
3. วันเกิด
24 กุมภาพันธ์
4. ความสูง
178 เซนติเมตร
5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)
รูปร่าง หน้าตา: ผิวสีแทน รูปร่างค่อนข้างจัดว่าเป็นคนตัวใหญ่ ผมสีดำ-น้ำตาล เส้นผมตรง นัยน์ตาสีดำออกเทา ไม่ค่อยสนใจในการทำผมให้เป็นทรง จึงจะพบว่าเขามักมีผมที่ยุ่งมากถึงมากที่สุด ... โดยส่วนใหญ่แล้ว ครั้งแรกที่ทุกคนเห็น มักจะคิดว่าเขาเป็นเด็กเรียน ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ... มันช่างตรงข้ามกับความจริงยิ่งนัก ...
การแต่งกาย: ในเวลาเข้าสอนมักจะใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว (แบบชุด นักศึกษา) แขนยาวหรือแขนสั้น แล้วแต่โอกาส (และสภาพอากาศ) ใส่เนกไท แต่ไม่ชอบผูก *ใส่ไว้แต่ผูกแบบหลวม ๆ (เขาบอกว่า มันไปรัดปิดกั้นเส้นเลือดใหญ่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ จึงทำให้คิดช้าลง ... เขาว่างั้นอ่ะนะ) กางเกงแสล๊กขายาวสีดำ ใส่คู่กับเข็มขัดหนังกลับสีดำ รองเท้าหนังสีดำที่ไม่ค่อยจะขัดสักเท่าไหร่... หากแต่เวลาอยู่ในห้องพักครูเขาจะเปลี่ยนไปใส่รองเท้าแตะ ในทันที! โดยส่วนใหญ่แล้ว เขาจะแต่งตัวตามที่เขาสบาย ไม่เนี้ยบเกินไป ไม่เซอร์เกินไป มีไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
อื่น ๆ: เขามักจะเหน็บแว่นตาไว้ที่กระเป๋าเสื้อ แม้ว่าสายตาจะปกติก็ตาม ... โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือ iphone ... นาฬิกาข้อมือเรือนใหญ่เท่าบ้าน (เว่อร์ไป... เอาเป็นว่าเรือนใหญ่เต็มข้อมือ)
*แก้ไข 19/07/08: จริง ๆ ตอนแรก ตัดตรงท่อนเด็กเรียนไปแล้ว แต่ไหงยังอยู่ได้เน้อ ... สำหรับหน้าตาตัวละคร ไม่ซีเีรียสครับ ออกมาแบบไหนก็ได้ (มีแบบอยู่แล้ว แต่ว่าไม่สะดวกในการวาดสักเท่าไหร่ - -") เพราะฉะนั้น ตามสบายได้เลยครับผ้ม~
6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร (รวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบตรงนี้เลย)
นิสัย: โดยคร่าว ๆ จะเงียบมาก เวลาอยู่กับคนแปลกหน้า... แม้แต่อยู่กับคนที่สนิท ๆ กันแล้ว ก็จะคุยได้เรื่อย ๆ ในระดับหนึ่ง เพราะส่วนตัว เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดมาก นอกจากจะเป็นการพูดคุยประเภท ถาม-ตอบ ... แต่อย่าได้ลองคุยกับเขาทางอินเตอร์เนทเชียวละ เพราะเขาจะกลายเป็นคนละคน กับที่คุณรู้จักไปในทันที เรียกได้ว่า คุยไม่หยุดเลยละ ... แล้วถ้าคุณต้องการใครสักคนที่จะฟังปัญหา่ต่าง ๆ เอซ ก็เป็นตัวเลือกนึง เพราะเขาสามารถเป็นผู้ฟังที่ดีได้ ถ้าคุณพูดอะไรให้เขาฟัง เขาจะไม่แสดงออกให้เห็นว่ารำคาญ ... แต่จะใช้เป็นพูดกระทบกระแทกแทน แต่ก็นั่นแหละ อย่างน้อยเขาก็ยังฟังที่คุณพูดนะ! ... สำหรับสาว ๆ ถ้าอยากจะอ้อนใครสักคน เอซ ก็เป็นทางเลือกเช่นกัน เห็นนิ่ง ๆ อย่างนั้น แต่ถ้าอ้อนเขามาก ๆ เข้า เขาก็อ่อนได้เหมือนกันนะ~ ... ยังมีอีกอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับเขา เมื่อรู้จักกันไปนาน ๆ แล้วจะพบว่าเขาเป็นคนที่ขี้เซา และหลับลึกมาก (ได้ข่าวว่าวันก่อน ห้องข้าง ๆ ยิงกันตาย ยังไม่รู้เรื่อง) ผลจากการขี้เซานั้นเอง ทำให้อีกอย่างที่พ่วงมาด้วยนั่นคือ "ความขี้เกียจ" (มีข่าวลือว่า เรียนจบได้ เพราะให้มาเฟียไปขู่ ผู้อำนวยการ และเหล่าอาจารย์ที่สอน ... ข่าวลือนะ) ...
นิสัยเสีย: ชอบมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน, ไม่คุ้นกับการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ ถ้าจำเป็นต้องเจออะไรใหม่ ๆ เขาจะตั้งทิฐิกับสิ่งนั้นไว้ก่อนเลย (แต่ก็เป็นทิฐิที่พังลงได้ ไม่ยากนัก), ประหยัดจนเกือบจะ งก (ยกเว้นสินค้า ด้าน IT พ่อซื้อดะ...), พูดแดกดันได้เจ็บแสบ, เวลาโมโหหรือหงุดหงิดมาก ๆ จะด่าเก่งกว่าแม่ค้าตลาดไท ..., ไม่ชอบใคร เกลียดใคร จะแสดงออกให้เห็นในทันที และจะหาทางทุกอย่าง ในการกำจัดคนผู้นั้นไปจากสารบบของเขา, แพ้น้ำตา (ผู้หญิง only!), ชอบความกดดัน (แต่ถ้ากดดันมาก ๆ เข้าจะสติแตก ... และเข้าสู่โหมดโรคซึมเศร้า (แล้วจะชอบความกดดันทำไมฟร่ะ?))
สิ่งที่ชอบ: คอมพิวเตอร์ (แต่งงานกับคอมได้ มันแต่งไปแล้ว), ฟังเพลง (ในคอมของเขามีเพลงมากกว่า 5,000 เพลง!!), ถ่ายรูป (คนอื่น), แชท (คุยได้ต่อเนื่องแบบนอนสต๊อป), ข้าวมันไก่ไม่หนัง!, ชาเขียวโออิชิ รสข้าวญี่ปุ่น แบบไม่แช่เย็น (ย้ำ ต้องไม่แช่เย็นเท่านั้น!!), แมว (ทุกสายพันธ์! รวมถึงสาวหูแมว!! (ไม่เกี่ยว เฮ้ย!!)), ที่เงียบ ๆ แน่นอนย่อมต้องมาคู่กับการนอน...
สิ่งที่ไม่ชอบ: เสียงดัง ๆ ความเอะอะวุ่นวาย (เจอมาก ๆ เข้า มันจะสติแตก... รับรองคุณไม่อยากเห็นหรอก), คนที่มายืมเงิน (ต้องห้าม เด็ดขาด!), กฎระเบียบที่เคร่งคัดเกินไป (รับรองได้ เขาแหกทุกกฎ แต่คุณจะไม่มีวันรู้ว่าเขาแหกกฏ), อะไรก็ตามที่เขามองว่าไร้สาระ, คนที่มากวนเวลาเขา นอน อ่านหนังสือ หรือทำงาน ...
สิ่งที่กลัว: ตามสมการดังนี้ ผู้หญิง + ที่แคบ = มือไม้สั่น คิดอะไรไม่ออก เหงื่อแตกพลั่ก (หากไม่ครบองค์ประกอบจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น), อาหารที่มีส่วนประกอบของปลามีก้าง (เคยกินปลาแล้วก้างติดคอจนต้องส่งโรงพยาบาล),คอมพิวเตอร์เสีย (...), คนแปลกหน้า (และหน้าแปลก!?!)
*เพิ่มลักษณะนิสัยให้ชัดเจนมากขึ้น (กว่าเดิมเล็กน้อย)
7. ความสามารถพิเศษ
มีความรู้ในด้านต่าง ๆ จนได้ฉายาว่า วิกิพีเดียเคลื่อนที่ (ผลจากการท่องเว็บ), มีลางสังหรณ์แม่นมากถึงมากที่สุด (ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องร้าย ๆ ), ความสามารถเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทุกด้าน อยู่ในขั้นสูงสุด, จ้องตา (จ้องได้เป็นนาที เลยนะจะบอกให้!! (ว่าแต่นับเป็นความสามารถพิเศษไหมนะ?)), ถ่ายรูป และตกแต่งรูป (จึงไม่แปลก ถ้าเขาจะบอกคุณเกี่ยวกับ เทคนิค แอ๊บแบ๊วยังไงให้ถ่ายรูปขึ้น...), ทำหน้านิ่งได้แบบไม่เมื่อย (ความสามารถพิเศษ?)
8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป
ชีวิตของเขาพลิกผันในช่วงตอน ม.3 ในระหว่างที่พ่อและแม่ของเขาไปต่างประเทศทั้งคู่เกิดประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบินเสียชีวิต เหลือทิ้งไว้เพียงคอนโดของพ่อ และมรดกนิดหน่อย (เจ้าตัวบอกว่านิดหน่อย แต่ไม่ค่อยจะน่าเชื่อสักเท่าไหร่) ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวนับตั้งแต่นั้นมา เขาส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ ม.ปลาย และได้ทุนไปเรียนต่อ จนถึงระดับ ปริญญาโท ในสาขา เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ที่ออสเตรเลีย ด้วยความที่อยู่คนเดียวมาตลอดจึงไม่แปลกที่เขาจะมีหลงผิดบ้างเป็นบางครั้งในช่วงวัยรุ่น แต่เขาก็กลับมาทางเดิมได้ทุกครั้ง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขามีเพื่อนเยอะพอสมควรในทุก ๆ วงการ (ตั้งแต่กุ๊ยข้างถนน ยันเจ้าหน้าที่ระดับสูงใน UN) เมื่อกลับมาไทยเขาเลือกที่จะทำงานให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทางด้านโปรแกรมเมอร์ แต่ดันไปตะบันหน้าผู้จัดการเข้า (เจ้าตัวบอกว่า มันพูดจากวนโมโห) จึงทำให้เดินเตะฝุ่นอยู่พักใหญ่ ๆ ระหว่างนั้นเอง เขามักจะสอนพิเศษให้กับเด็กในคอนโดเดียวกันอยู่บ่อย และนั่นทำให้เขาคิดว่าการเป็นครู น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะกับเขากว่า จนกระทั่งเขามาพบกับ โรงเรียนลูกบาศก์วิทยา ในที่สุด...
9. วิชาที่จะสอน
เทคโนโลยี ในชีวิตประจำวัน
10. แนวทางในการทำงาน
ในปัจจุบันเทคโนโลยี ได้เข้าไปมีบทบาทด้านต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมากมาย ตั้งแต่ตื่นเช้าเปิดโทรทัศน์มา จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้หลักเกณฑ์อะไรในการคัดนักเรียน พูดง่าย ๆ คือ สอนทุกคนที่มีความตั้งใจอยากจะเรียน ...ข้อสำคัญในการเรียนกับเขาคือ เวลาเขาสอน ทุกคนต้องเงียบ แต่ในเวลาที่เขาไม่ได้สอน (เช่น ช่วงที่ปล่อยให้ทำงานในคาบ) จะเป็นยังไงก็ได้ ขอแค่ไม่ทำให้เขาเดือดร้อนเป็นพอ (ที่สำคัญอย่าฆ่ากันตายในห้องเรียน และอย่ายั่วให้เขาฆ่านักเรียน) ... โดยส่วนใหญ่แล้ว วิชาของเขาไม่มีอะไรมากไปกว่า การให้นักเรียนท่องอินเตอร์เนท เพื่อหาข้อมูล ตามหัวข้องานในชั่วโมงนั้น ๆ (หรือ ถ้าเด็กเรียกร้อง จะขอใช้หาข้อมูลของวิชาอื่น ก็ได้ แต่ต้องมีงานมาส่งในคาบหน้า (ถ้าทำในคาบไม่ทัน)) ... การสอนของเขาเน้นคอมพิวเตอร์เป็นหลัก จึงไม่จำเป็นต้องมีสมุดประจำวิชา หรือหนังสือใด ๆ แต่เขามักจะย้ำกับนักเรียนเสมอว่า ถ้าคุณอยากได้ความรู้ ก็ควรจะหาวิธีให้คุณจำมันได้ ...
11. อยากจะเล่า... อยากจะบอก...
อืม... จริง ๆ แล้ว ก็บอกไปเกือบจะหมดแล้วล่ะนะ นอกเสียจาก....
11.1 เอซ ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมา เรียกได้ว่าตลอดชีวิต จึงไม่แปลก ที่เขาจะมีประสบการณ์ชีวิตให้เล่ามากมาย
11.2 อย่าซักไซร้ไล่ต้อนเขาด้วยคำถามที่เขาไม่อยากตอบ ... เพราะสิ่งที่คุณจะได้มา คือ คำพูดที่มีความจริงอยู่เพียงน้อยนิด
11.3 อย่าถือคำพูดบางอย่างของเอซ เป็นจริง เป็นจัง เพราะว่า เขาก็เป็นคนขี้เล่น และชอบแกล้งคนอยู่ไม่ใช่น้อย ...
11.4 อย่าแปลกใจ ถ้าคุณเห็นเอซ เข้ากับนักเรียนคนอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากการแลกอีเมลล์ เพราะถึงแม้เขาจะพูดไม่เก่งในโลกความจริง ... แต่ในโลกไซเบอร์ ก็อย่างที่บอก หมอนี่มันพูดมากใช่ย่อยเลยละ...
11.5 เขามักจะชอบจับผิด และตั้งทิฐิกับสิ่งต่าง ๆ รอบกายตลอดเวลา
11.6 คำพูดติดปาก "ช่างเถอะ", ".......... (พูดอธิบายยาวยืด) มั้ง", "ไร้สาระ", "อืม....", "ลมพัดเย็นดี"
PART (B) FICTION! การสอนครั้งแรก!!
'ห้อง 4/1 งั้นเรอะ... นักเรียนตั้ง 48 คน คงจะยุ่งวุ่นวายน่าดู ... แต่เอาเถอะ คงไม่ฆ่าใครตายหรอก' ผมคิดในใจก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่เขียนป้ายว่า "ห้อง ม. 4/1" อย่างช้า ๆ ...
นักเรียนหลายคนที่ยืนอยู่เริ่มนั่งลงเข้ากลับสู่ที่ทาง ไม่แปลก สำหรับช่วงเบรกระหว่างคาบ ที่จะเป็นคาบสุดท้ายของวัน เด็ก ๆ เริ่มไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนกันแล้ว ...
ผมวางกระเป๋า และข้าวของ เว้นช่วงให้นักเรียนนั่งเข้าที่ให้เรียบร้อยสักพักหนึ่ง ก่อนจะมองกวาดตาไปรอบ ๆ ห้อง ๆ ... นักเรียนหลายคนหลบตาผม อาจจะเพราะหน้าของผมนิ่งเกินไป... ยิ้มนิดนึงท่าจะดี แต่ก็นั่นแหละ ถ้าผมยิ้มมันจะเหมือนกับการแสยะยิ้มมากกว่า... นักเรียนบางคนก็จ้องผมเขม็งราวกับว่าถ้าจ้องผมไปนาน ๆ แล้ว จะเห็นเลขเด็ดของ Lottery งวดนี้อย่างนั้นแหละ... ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ และ...
"สวัสดีครับ ผมชื่อ ก้าวกาญจ์ เล็งไกรศร นะครับ หรือจะเรียกกว่า เอซ ก็ได้ เป็นครูประจำวิชา เทคโนโลยี ในชีวิตประจำวัน ของพวกคุณ วันนี้ก็ถือว่าเป็นคาบแรกของผม ยังไงก็รบกวนช่วยให้ผมมีความรู้สึกดี ๆ ตั้งแต่คาบแรกที่ได้เจอกันด้วยนะครับ" เมื่อพูดเสร็จผมหันไปหยิบปากกาขึ้นมาเขียนกระดาน ชื่อจริงและชื่อเล่นของผม 'ก้าวกาญจ์ เล็งไกรศร (เอซ) (Ace)' พลางนึกขึ้นได้ว่าคำพูดของผม มันจะดูแข็ง และออกแนวกวนบาทาเกินไปรึเปล่านะ
"สำหรับตอนนี้ก็เป็นคาบแรก ก็จะไม่มีอะไรมากนะครับ ใครอยากถามอะไรถามมาได้เลยครับผม"
"มันเป็นวิชาเกี่ยวกับอะไรครู" นักเรียนหญิงคนหนึ่งถามขึ้น เธอนั่งแถวที่สามจากหน้า แว่นสีแดง และท่าทาง (รวมถึงรูปร่าง) ของเธอทำให้เธอเด่นไม่ใช่น้อยในสายตาผม แต่รู้สึกว่า ตราพระเกี้ยวนั่นจะไม่ค่อยเข้ากับลุคเธอสักเท่าไหร่ แต่ช่างเถอะ...
"ก็จะเป็นวิชาที่อัพเดทเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทุก ๆ วันน่ะครับ พูดง่าย ๆ เหมือนพวก รายการ IT ต่างๆ ทางทีวีนั่นแหละครับ" ผมยิ้มน้อย ๆ ... แต่ก็นั่นแหละ มันเหมือนแสยะยิ้มมากว่า ละมั้ง...
"อ้อ... เข้าใจแล้ว งี้นี่เอง แล้วชื่อของครูนีเกี่ยวกับวงไพ่รึเปล่า" เริ่มมีเสียงหัวเราะเบา ๆ มาจากทั้งห้อง
"ใช่ ครับ พ่อกับแม่ครู เจอกันในคาสิโน นะ" ฮา... เสียงหัวเราะที่มีอยู่แล้วดังขึ้นอีก
"ว่าแต่ เราน่ะ รู้สึกยังไม่แนะนำตัวเลยนะครับ หืม?" เธอชะงักไปพักหนึ่ง ไม่รู้เพราะเหตุใด
"อ้อ แพททริเซีย ดี ฟรานซิส หรือจะเรียก แพท หรือ แพ๊ตตี้ ก็ได้ค๊า!" ผมพยักหน้ารับก่อนจะมองหาชื่อของเธอในใบรายชื่อ ก่อนจะเขียนวงเล็บชื่อเล่นไว้
"อืม โอเคครับ" ผมกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง จนกระทั่งไปสะดุด กับเด็กคนหนึ่ง ... แต่ทว่า
"ครูค๊า~" แพท ... งั้นหรือ?
"อ่ะ ครับ แพท" ผมหันไปทางแพทอีกครั้งหนึ่ง
"แล้วมีเทคโนโลยีไหน ที่ช่วยให้ถ่ายรูปแล้วดูดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่มั่งไหม๊%?" นั่นไง มาแล้ว... คำถามประเภทนี้!
"อ้อ แน่นอนครับ Photoshop ช่วยได้ครับ ถึงหน้าจะแย่แค่ไหน Photoshop สามารถช่วยได้แน่นอนครับ ... แต่ผมไม่ได้ว่าแพทหน้าตาแย่นะครับ" มีหัวเราะเริ่มขึ้นอีกครั้ง
"อ่ะค่ะ เดี๊ยนมั่นใจอยู่แล้วค่า ว่าเดี๊ยนหน้าตาดี" เสียงหัวเราะ เพิ่มมากขึ้น นักเรียนหลายคนที่หลบตาผมอยู่ก็เริ่มหันมามองผมบ้างแล้ว
"คร้าบ ๆ อ้าว น้องคนนั้นจะถามอะไรละครับ น้อง..." ผมหันไปทางนักเรียนชายที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดทางซ้ายมือของผม กำลังยกมือจะถามบ้าง
"ผมฟาน รักษ์ เสถียรลีลาลาศครับ ผมจะถามว่า มีอะไรบ้างไหมครับ ที่ช่วยให้ฝึกกังฟูได้เก่ง ๆ นะครับ" ห๊ะ!?! กังฟู?
"อ่ะ เอ่อ ... ลอง Nintendo Wii ไหมครับ ... แต่ผมก็ไม่แน่ใจนะว่ามันจะมีเกมแนวกังฟูให้เล่น แต่ที่แน่ ๆ น้องได้ออกกำลังแน่นอนครับ... มั้ง" ให้ตายตอบแบบกำปั้นทุบซีเมนต์มากเลยเอ็ง! แล้วไอ้มั้งตอนท้ายนั่นมันอะไร!!
"อ่า ครับผม แล้วผมจะลองดูครับ" ว่าแต่ รู้ไหมน่ะ ว่ามันคืออะไร...
"ครับ น้องคนนั้นเชิญครับ แนะนำตัวก่อนนะครับ" ผมชี้ไปทางนักเรียนชายผิวดำ ตัวใหญ่ ๆ ล่ำ ๆ นั่งอยู่หลังห้องกำลังยกมือถาม ... อื้อหือ หน้าตาจริงจังมาก ... คงจะเรื่องสำคัญแน่ ๆ ...
"อ่ะ ครับ ผม ภูมินะครับ ภูมิ วสันตนิรันดร์ มีวิธีไหนที่จะใช้ไฟฟ้า ได้โดยไม่ใช้ไฟฟ้าบ้างไหมครับ" ...ใช้ไฟฟ้าโดยไม่ใช้ ไฟฟ้า
"หา... อะไรนะครับ ใช้ไฟฟ้า โดยไม่ใช้ไฟฟ้า" น้องเมายากันยุง มารึเปล่าครับ!?!
"ใช่ครับ คือผมเคยโดนไฟดูนะครับ เลยแสลงกับของทุกชนิดที่ต้องเสียบปลั๊กไฟ แต่จะไม่ใช่เลยก็ไม่ได้ เพราะชีวิตในกรุงมันต้องใช้ไฟฟ้าเกือบตลอดเลยนะครับ" เสียงหัวเราะดังขึ้น ...หัวเราะกันบ่อยจริง ๆ ห้องนี้...
"อ่ะ อ้อ... ถ้างั้นผมแนะนำให้ ใช้เครื่องมือเกี่ยวกับพลังงานกลครับ เช่นการถีบจักรยานที่ต่อเป็นแหล่งพลังงานให้ทีวีในบ้าน หรือเครื่องใช้อื่น ๆ หรือไม่ก็ .... (อธิบายอีกยาวยืดจนจบ) ... มั้งครับ" ผมอธิบายนานไปรึเปล่า เห็นบางคนเริ่มหาวกันแล้วนะเนี่ย...
"อ้อ ๆ น่าสนใจมากครับ เดี๋ยวถ้ายังไงผมจะคุยกับครูอีกทีแล้วกันนะครับ ให้คนอื่นถามบ้าง" เมื่อภูมิพูดจบ ผมก็หันไปมองเห็นนักเรียนหญิงอีกคน ที่นั่งอยู่ถัดขึ้นมาจากภูมิเล็กน้อย ยกมือขึ้นบ้าง
"ครับ เชิญครับ แล้วก็..." ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ
"แนะนำตัวใช่ไหมคะ? ชื่อพู่ พู่กัน จิตประเสิรฐค่ะ คือมีคำถามที่ข้องใจมากเลยค่ะ ไม่รู้ว่าครูจะช่วยได้ไหม คือมันมีเทคโนโลยีที่..."
"ที่... อะไรครับ?"
"ช่วยตรวจจับพลังพลาสม่าที่วนเวียนอยู่ในอากาศ ของสิ่งที่เคยมีชีวิตอยู่บ้างไหมคะ?" พลาสม่า? สิ่งที่เคยมีชิวิตอยู่!! อะไรกันเนี่ย ... รึว่า ...
"อ้อ หมายถึง วิญญาณ ... ผีใช่ไหมครับ" พู่กัน และบางคนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมเอ่ยคำว่าผี ออกมา ... เป็นอะไรกันละเนี่ย... ช่างเถอะ...
"ชะ ใช่แล้วค่ะ" หวา ท่าทางจะกลัวมากเลยนะเนี่ย ...
"อ่ะ เอ่อ ถ้าเป็นของที่ใช้ตรวจจับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าละก็ มีแน่นอนครับ ... อย่างเช่นพวกที่น้อง ๆ เห็นกันในรายการทีวีต่าง ๆ นะ อันนั้นก็เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจจับคลื่นแม่เหล็ก ... ย้ำนะครับว่าผมพูดถึงคลื่นแม่เหล็ก ไม่ใช่วิญญาณ หรือพลาสม่า อะไรทั้งนั้น ... ก็อย่างที่เรารู้ ๆ กันนั่นแหละครับ ว่าโลกหมุนเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา และด้วยการที่โลกเคลื่อนที่นั้นน่ะ มันจะมีคลื่นแม่เหล็กอยู่ เอ่อ... เหมือนผมจะนอกเรื่องไปไกลแฮะ... เอาเป็นว่า น่าจะมีแล้วกันครับ ถ้ายังไง ผมขอไปหาข้อมูลให้อีกทีนะครับ น้องพู่... พู่กัน ใช่ไหมครับ โอเคครับ ไว้ผมจะมาให้คำตอบนะครับ" พู่กันนั่งลง อย่างงง ๆ ในท่าทีของผม นักเรียนคนอื่น ๆ ก็ท่าทางจะงง ๆ เหมือนกัน ... ว้า ไม่น่าปล่อยมาดรั่ว ๆ ออกไปเลยเรา...
หลังจากจด ชื่อเล่น ของน้อง ๆ นักเรียน สี่คนแรกเสร็จแล้ว ผมยกนาฬิกาข้อมือมาดู 'ผ่านไปครึ่งคาบแล้วหรือนี่' ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเห็น น้องคนนึงกำลังนั่งยุกยิก ๆ อยู่เหมือนอยากจะถามอะไรสักอย่าง ... เธอนั่งถัดเยื้องขึ้นมา ถัดจากพู่กันเล็กน้อย ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถาม เธอก็ยกมือขึ้นมาเสียก่อน เสียงกำไลข้อมือของเธอดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะของมัน
"คะ... ครับ เชิญครับ" ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์การวิเคราะห์ จึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนองไปอย่างขัด ๆ
"ค่า หนูชื่อ มินท์ ติชิลา ธาราประเสิรฐ นะค่ะ"
"ครับ มีคำถามอะไรหรอครับน้องมินท์" ผมถาม พลางวงเล็บชื่อเล่นในใบรายชื่ออีกครั้ง 'เพิ่งได้แค่ 5 คนเองหรอนี่' ...
"ค่ะ คือมีวิธีไหนไหมค่ะ ที่เราจะแฮกเข้าไปดู ตามกล้องของรายการ Reality Show ได้นะค่ะ คือเวลาดูทีละกล้องแล้วมันไม่จุใจเลยอ่ะค่า~!" ... ห๊ะ แฮกกล้อง ... เอ้า เอาเข้าไป!! แต่ได้เลย เอซจัดให้!
"อ้อ มีแน่นอนครับ แต่เอาไว้หลังไมค์แล้วกันนะครับ ถ้าพูดตอนนี้เดี๋ยวผมจะโดน True ฟ้อง ซะก่อนนะครับ ฮะ ๆ " เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของผม โดนกลบด้วยเสียงหัวเราะของเด็กนักเรียนทั้งห้อง ... รู้สึกดีเหมือนกันนะ ที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ เนี่ย ...
หลังจากนั้น เวลาก็ผ่านไปเรื่อย ผมได้รู้ชื่อเล่น ของนักเรียนเพิ่มขึ้น อีก 12 คน ภายในเวลาที่มี จนกระทั่งผมสังเกตเห็นหลายคนเริ่มมองนาฬิกาข้อมือ นั่นจึงเป็นสัญญาณ ใกล้จะหมดคาบแล้ว ...
"เอาละครับ" ผมพูดตัดบทหลังจากที่เพิ่งปฏิเสธเรื่องการถ่ายภาพ กับแพ๊ตตี้ ไป ("ครูสนใจถ่ายภาพ Portrait ไหมค่ะ แพทเป็นนางแบบให้ได้นะค๊า~")
"เอาเป็นว่า ครั้งแรกที่ได้เจอกัน ถือว่าดีมากเลยสำหรับห้องนี้" ผมยิ้ม เป็นรอยยิ้มจากใจจริง ๆ ของผม (ซึ่งไม่ว่ามองยังไง มันก็เป็นการแสยะยิ้มอยู่ดี...) ก่อนที่จะหันไปเขียน e-mail, url hi5, myspace และ url blog ของผมบนกระดาน
"พวกนี้เป็นทางในการติดต่อกับผม หรืออีกนัยหนึ่งช่องทางในการส่งการบ้าน" ผมแสะยิ้มของจริง... เริ่มมีเสียงโห่ มาประปราย... แหม... สะใจจริง ๆ กับคำว่าการบ้านเนี่ย...
"ถ้ายังไงก็คุยกันได้นะครับ สำหรับวันนี้ก็ สวัสดีทุกคนครับ เดินทางกันปลอดภัยนะครับ"
ผมเก็บข้าวของ ลุกเดินออกจากห้องไป ... ทิ้งเสียง เฮ อึกทึกไว้เบื้องหลัง ... ถ้าผมไม่คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป ผมรู้สึกว่าผมทำได้ดีกว่าที่ควรนะ ... และเด็กพวกนี้ทำให้ผมพูดมากขึ้นนิดนึงจริง ๆ ด้วยละ ... ผมว่านะ
... (ฮา)
งานนี้คงไม่ยากเกินไปสำหรับผมหรอกมั้งเนี่ย ?....
*แก้คำพูดของแพท และย่อหน้าต่าง ๆ
ฝากด้วยนะครับ ^^~*
)
)



#1 By Sain on 2008-07-18 23:47